ระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้ง (Dry Pipe Sprinkler Systems)

by Howard Jones
102 views
1. ระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้ง (Dry Pipe Sprinkler Systems)

ระบบการดับเพลิงที่มีกลไกเฉพาะเพื่อใช้งานเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ระบบนี้มีความสำคัญสำหรับสถานการณ์ที่มีอุณหภูมิต่ำและมีความเสี่ยงที่น้ำในท่ออาจเข้าสู่สภาพแวดล้อมเป็นน้ำแข็ง

ในกรณีนี้ ระบบท่อแห้งจะป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปในท่อจนกว่าจะมีการระบายอากาศอัดหรือไนโตรเจนเกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นการใช้งานของระบบเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการทำงานของระบบนี้สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนต่อไปนี้

1. สถานะสแตนด์บาย

ระบบท่อแห้งจะมีอากาศอัดหรือไนโตรเจนอยู่ภายในท่อแห้ง แรงดันของอากาศนี้จะสูงกว่าแรงดันน้ำประปาที่เข้าสู่ระบบ การรักษาแรงดันสูงในท่อแห้งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ระบบทำงานอย่างเหมาะสม และปกติอากาศอัดจะอยู่ที่จุดที่น้ำเข้าสู่ท่อแห้ง

2. การตรวจจับไฟ

เมื่อมีเพลิงไหม้เกิดขึ้น ความร้อนจะทำให้หัวสปริงเกอร์ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบเริ่มทำงาน อุณหภูมิที่ทำให้สปริงเกอร์ทำงานมักอยู่ระหว่าง 155°F ถึง 165°F (68°C ถึง 74°C) สำหรับสปริงเกอร์มาตรฐานทั่วไป

3. การปล่อยอากาศ/ไนโตรเจน

เมื่อหัวสปริงเกอร์เปิดใช้งาน อากาศอัดหรือไนโตรเจนที่อยู่ภายในท่อแห้งจะเริ่มระบายออกจากสปริงเกอร์แบบเปิด เมื่ออากาศหรือไนโตรเจนระบายออก แรงดันในระบบจะลดลง

4. เริ่มทำงาน

เมื่อความดันในท่อลดลงเพียงพอ (มักจะรักษาความแตกต่างของความดันอยู่ที่ 6:1 ซึ่งหมายความว่าความดันอากาศในระบบจะเป็นประมาณหนึ่งในหกของแรงดันน้ำที่เข้ามา) วาล์วท่อแห้งจะทำงาน วาล์วนี้จะเปลี่ยนจากสถานะปิดเป็นสถานะเปิด เพื่อให้น้ำไหลเข้าสู่ระบบ

2. การไหลของน้

5. การไหลของน้ำ

เมื่อวาล์วเปิด น้ำจะไหลผ่านระบบท่อไปถึงหัวสปริงเกอร์ที่เปิดใช้งานเพื่อดับไฟ ความล่าช้าระหว่างการเปิดใช้งานสปริงเกอร์และการระบายน้ำอาจมีตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงหลายนาที ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบและปริมาณอากาศหรือไนโตรเจนที่ต้องระบาย

ระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการไหม้ในบทความนี้จะเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับวาล์วท่อแห้งและส่วนประกอบสำคัญของระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ระบบท่อแห้งทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

3. วาล์วท่อแห้ง

วาล์วท่อแห้ง

วาล์วท่อแห้งเป็นส่วนสำคัญของระบบ มันทำงานโดยรักษาแรงดันอากาศหรือไนโตรเจนภายในท่อแห้ง โดยทั่วไปแล้วจะรักษาแรงดันอากาศหรือไนโตรเจนในระดับประมาณ 12 psi หากน้ำประปามีแรงดันที่ 72 psi การรักษาแรงดันเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ระบบทำงานอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

อุปกรณ์บำรุงรักษาอากาศ

อุปกรณ์นี้มีหน้าที่รักษาแรงดันของอากาศหรือไนโตรเจนในระบบให้เสมอ แรงดันเหล่านี้มักจะอยู่ระหว่าง 20-40 psi แต่อาจมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

ตัวเร่ง

ตัวเร่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการปล่อยอากาศหรือไนโตรเจนได้เร็วขึ้นเพื่อเร่งการทำงานของวาล์วท่อแห้ง ตัวเร่งสามารถตรวจพบแรงดันที่ลดลงอย่างรวดเร็วและช่วยเพิ่มแรงดันให้วาล์ว

การระบายน้ำที่ต่ำสุด (low-point drain)

การระบายน้ำที่ต่ำสุดเป็นส่วนสำคัญในระบบท่อแห้ง มักติดตั้งที่จุดต่ำสุดในระบบ เพื่อให้สามารถระบายน้ำที่ควบแน่นหรือน้ำที่ตกค้างหลังจากการเปิดใช้งานหรือทดสอบระบบ

ความดันอากาศควบคุมสูงสุด

ความดันอากาศควบคุมสูงสุดโดยทั่วไปจะกำหนดไว้ประมาณ 60 psi แต่ตัวเลขนี้อาจแตกต่างไปตามส่วนประกอบของระบบและข้อควรพิจารณาในการออกแบบ

อุณหภูมิการเปิดใช้งานสปริงเกอร์

สปริงเกอร์มาตรฐานมักจะเปิดใช้งานที่อุณหภูมิประมาณ 155°F ถึง 165°F (68°C ถึง 74°C) หรือ 135°F หรือ 200°F โดยต่างกันไปตามการออกแบบและข้อกำหนดด้านการใช้งานของระบบ

ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการเข้าใจระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้งและการรักษาสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยโดยใช้ระบบนี้ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการไหม้หรือการต่ำแค่งของน้ำในท่อแห้ง

4. ข้อควรพิจารณาในการออกแบบและใช้งานระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้งในสถานที่ต่างๆ

ข้อควรพิจารณาในการออกแบบและใช้งานระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้งในสถานที่ต่างๆ

เวลาส่งน้ำ

    • ระบบขนาดเล็กมักมีเวลาล่าช้าเพียง 30-60 วินาทีเมื่อเปิดใช้งาน.
    • ระบบขนาดใหญ่อาจต้องรอหลายนาทีก่อนที่น้ำจะเริ่มระบาย.
    • ควรพิจารณาปัจจัยนี้ในการออกแบบระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การดับเพลิงรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ

อัตราส่วนอากาศต่อน้ำ

    • อัตราส่วนปริมาตรของอากาศต่อน้ำในระบบมีผลกระทบต่อความไวและเวลาตอบสนอง
    • ปริมาณอากาศที่สูงอาจส่งผลให้การตอบสนองช้าลงเนื่องจากต้องใช้เวลาในการระบายอากาศ

ข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับแรงดันน้ำ

    • ความดันอากาศในท่อต้องได้รับการตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน
    • โดยทั่วไป แนะนำให้ความดันอากาศควบคุมสูงสุดอยู่ประมาณ 60 psi
    • แต่ตัวเลขนี้อาจแตกต่างไปขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบและสถานที่การติดตั้ง

ข้อดีของระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้ง

    • การป้องกันการแข็งตัว : ระบบนี้เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นน้ำแข็ง
    • ลดการทำงานผิดพลาด : เนื่องจากไม่มีน้ำอยู่ในท่อตลอดเวลา ลดความเสี่ยงจากการเสียหายที่เกิดจากน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ
    • ความน่าเชื่อถือ : ในกรณีที่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้งมักมีความน่าเชื่อถือสูงในสถานการณ์ที่หลากหลาย

จุดด้อยของระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้ง

    • การจ่ายน้ำล่าช้า : มีความล่าช้าตั้งแต่เวลาที่สปริงเกอร์เปิดใช้งานไปจนถึงเวลาที่น้ำถูกระบายออก
    • ความซับซ้อน : ระบบนี้ซับซ้อนกว่าระบบท่อเปียกแบบพื้นฐาน ซึ่งต้องการส่วนประกอบเพิ่มเติมและการพิจารณาการออกแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น
    • ค่าใช้จ่าย : ระบบสปริงเกอร์แบบท่อแห้งมักมีราคาแพงในการติดตั้งและบำรุงรักษามากกว่าระบบท่อเปียกแบบพื้นฐาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับเรา

logo baixo

แหล่งรวมความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน ที่คุณสามารถอ่านได้ฟรี ด้วยข้อมูลที่มีคุณภาพและแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ 

ติดต่อ

@2023 – All Right Reserved. Designed and Developed by baixocentro