Acoustic Emission Testing การตรวจสอบด้วยการปล่อยคลื่นเสียง 

by Howard Jones
24 views

การตรวจสอบด้วย การปล่อยคลื่นเสียง หรือ  Acoustic Emission Testing มีวิธีการอย่างไร

Acoustic Emission Testing (AET) เป็นเทคนิคการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย โดยจะมี การปล่อยคลื่นเสียง เข้าไปในวัตถุที่ต้องการตรวจสอบ จากนั้นเซ็นเซอร์ซึ่งจะตรวจจับคลื่นความเค้น หรือที่เรียกว่า Stress wave ที่เกิดจากการเสียรูปหรือความเสียหายของวัตถุ แล้วนำคลื่นความเค้นนั้นไปวิเคราะห์ในซอฟแวร์

คลื่นความเค้นหรือการปล่อยเสียงเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อวัสดุได้รับความเครียดซึ่งมักจะเกิดจากการที่วัตถุมีความตึงเกินไป หนักเกินไป หรือผิดธรรมชาติ เช่น บุบ แตก ส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานยืดหยุ่น ทรานสดิวเซอร์ที่วางอยู่บนพื้นผิวของวัตถุจะตรวจจับคลื่นความเค้นเหล่านี้และแปลงพลังงานกลเป็นสัญญาณไฟฟ้าสำหรับการวิเคราะห์ผ่านทางซอฟแวร์นั่นเอง

ข้อดีของการตรวจสอบด้วยเทคนิค AET

  • ได้ผลลัพธ์แบบเรียลไทม์: เทคนิค AET ช่วยให้สามารถตรวจสอบโครงสร้างได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถตรวจจับและลดโอกาสเกิดปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
  • ใช้งานได้ในทุกพื้นผิว: การทดสอบด้วยเทคนิค AET นั้นสามารถทำได้บนพื้นผิวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวทาสี พื้นผิวเคลือบ พื้นผิวทุกวัสดุ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมพื้นผิวที่ยุ่งยากก่อนเริ่มตรวจสอบ
  • ไม่ทำลายวัตถุ: AET ไม่ทำให้วัตถุที่กำลังตรวจสอบเสียหาย รักษาความสมบูรณ์และยืดอายุการใช้งาน
  • ใช้งานได้หลากหลาย: AET เหมาะสำหรับวัสดุและโครงสร้างที่หลากหลาย รวมถึงโลหะ วัสดุผสม และคอนกรีต

4.2-1

ส่วนประกอบสำคัญของระบบทดสอบ AET

  • ทรานสดิวเซอร์: เซ็นเซอร์ที่ตรวจจับการปล่อยคลื่นเสียงและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า
  • ปรีแอมป์: อุปกรณ์ที่เพิ่มสัญญาณไฟฟ้าเพื่อการวิเคราะห์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • ระบบเก็บข้อมูล: ฮาร์ดแวร์ที่รวบรวมและจัดเก็บสัญญาณไฟฟ้าจากปรีแอมป์
  • ซอฟต์แวร์การวิเคราะห์: ซอฟต์แวร์ที่ประมวลผลและตีความข้อมูลที่รวบรวมโดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อบกพร่องที่ตรวจพบ ซอฟแวร์แต่ละตัวก็จะแตกต่างกันออกไปตามจุดประสงค์การใช้งาน

กระบวนการทดสอบด้วยเทคนิค AET

  • การเตรียมพื้นผิว: พื้นผิวของวัตถุจะต้องได้รับการทำความสะอาดและเตรียมพร้อมสำหรับการจัดวางทรานสดิวเซอร์
  • การจัดวางทรานสดิวเซอร์: ทรานสดิวเซอร์ถูกวางตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ บนพื้นผิวของวัตถุเพื่อดักจับการปล่อยคลื่นเสียง
  • การเก็บข้อมูล: ระหว่างที่ระบบ AET ตรวจสอบวัตถุ ซอฟต์แวร์ก็จะรวบรวมข้อมูลจากทรานสดิวเซอร์
  • การวิเคราะห์ข้อมูล: ข้อมูลที่รวบรวมจะได้รับการวิเคราะห์โดยใช้ซอฟต์แวร์พิเศษ ระบุตำแหน่งและความรุนแรงของข้อบกพร่องที่ตรวจพบ

การใช้งาน AET ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

  • การตรวจสอบภาชนะรับความดันและถังเก็บ : AET ใช้เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของภาชนะรับความดันและถังเก็บ ตรวจจับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น รอยแตกและการกัดกร่อน ลดโอกาสเกิดปัญหาร้ายแรงที่อาจจะตามมา
  • การตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้าง : สามารถใช้ AET เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้าง เช่น สะพาน อาคาร และท่อส่ง โดยระบุข้อบกพร่องและพื้นที่ที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
  • การทดสอบความล้า : AET สามารถตรวจจับข้อบกพร่องที่เกี่ยวข้องกับความล้าในวัตถุต่าง ๆ ซึ่งสำคัญอย่างมาก เพราะความล้านั้นเป็นภัยเงียบที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา ทำให้การตรวจสอบด้วยเทคนิค AET จะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้และแก้ไขทันเวลา
  • การตรวจสอบวัสดุผสม : AET มีประสิทธิภาพอย่างมากในการตรวจจับข้อบกพร่องในวัสดุผสม เช่น การหลุดร่อนและการแตกร้าว

จุดพิจารณาในการใช้งานเทคนิค AET

  • ถูกรบกวนง่าย: เสียงรบกวนพื้นหลังและปัจจัยอื่นๆ อาจรบกวนการตรวจจับการปล่อยเสียง ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของผลการทดสอบ ดังนั้นจะต้องทำให้แน่ใจว่าระหว่างการตรวจสอบไม่มีสัญญาณรบกวน
  • การตีความข้อมูล: การตีความข้อมูล AET ต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งอาจไม่พร้อมใช้งานในทุกองค์กร
  • AET คืออีกหนึ่งเทคนิคที่มีข้อดีในหลาย ๆ ด้าน ในเรื่องของอุปกรณ์การใช้งานก็มีราคาที่ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้ ดังนั้นอย่าลืมศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ AET เพื่อพัฒนาการตรวจสอบที่ดียิ่งขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับเรา

logo baixo

แหล่งรวมความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน ที่คุณสามารถอ่านได้ฟรี ด้วยข้อมูลที่มีคุณภาพและแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ 

ติดต่อ

@2023 – All Right Reserved. Designed and Developed by baixocentro